อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม
ทั้งยูโรและปอนด์อังกฤษทำผลงานได้ดีในวันนี้ด้วยกลยุทธ์ Mean Reversion โดยผมไม่ได้เปิดสถานะซื้อขายใด ๆ ตามกลยุทธ์ Momentum
ยูโรปรับตัวเพิ่มขึ้นแข็งแกร่งในวันนี้ ภายหลังการประกาศตัวเลข GDP ไตรมาส 2 ของเยอรมนีและยูโรโซน ตามข้อมูลของ Eurostat เศรษฐกิจยูโรโซนขยายตัว 0.4% ในไตรมาสที่สอง ซึ่งสูงกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ไว้มาก GDP เป็นตัวชี้วัดอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจและเป็นหนึ่งในดัชนีสำคัญที่สะท้อนสุขภาพของเศรษฐกิจ ดังนั้นตัวเลขที่ออกมาดีกว่าคาดจึงช่วยเสริมความเชื่อมั่นของตลาดต่อความสามารถในการฟื้นตัวของภูมิภาค สนับสนุนให้ยูโรแข็งค่า
ปัจจัยบวกที่เหนือความคาดหมายนี้ยิ่งมีนัยสำคัญมากขึ้น เพราะเกิดขึ้นในช่วงที่ผู้เล่นในตลาดจำนวนมากคาดหวังตัวเลขที่อ่อนแอกว่าเดิม ส่งผลให้สกุลเงินร่วมได้รับแรงหนุนอย่างชัดเจน ข้อมูลที่แข็งแกร่งช่วยสนับสนุนมุมมองว่าธนาคารกลางยุโรป (ECB) อาจดำเนินนโยบายการเงินในเชิงเข้มงวดมากขึ้น เพิ่มความน่าสนใจของยูโรและดันคู่เงิน EUR/USD ให้ปรับตัวสูงขึ้น ส่วนกระแสการปรับขึ้นครั้งนี้จะยืนระยะได้หรือไม่นั้น จะขึ้นอยู่กับว่าความเชื่อมั่นต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจภูมิภาคจะยังคงอยู่หรือไม่ แต่ปฏิกิริยาของตลาดต่อรายงานฉบับนี้ในระยะสั้นถือว่าเป็นบวกอย่างชัดเจน
ค่าเงินปอนด์ขยับแข็งค่าขึ้นเล็กน้อยหลังจาก Bank of England คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 3.75% อย่างไรก็ตาม ผลการลงคะแนนเสียง 6–3 สะท้อนให้เห็นถึงมุมมองเชิงเข้มงวดที่เพิ่มขึ้นภายในคณะกรรมการนโยบายการเงิน โดย Catherine Mann เข้าร่วมกับฝ่ายที่ลงคะแนนสนับสนุนการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ผู้ว่าการ Bank of England Andrew Bailey อธิบายว่ามติครั้งนี้สะท้อนถึงหลักฐานที่ยังไม่เพียงพอเกี่ยวกับผลกระทบเงินเฟ้อรอบสองที่ยืดเยื้อ แม้เผชิญกับความไม่แน่นอนในระดับโลกและคาดการณ์เงินเฟ้อที่อยู่ในระดับสูง
คณะกรรมการยังได้เผยแพร่ประมาณการฉบับปรับปรุง โดยคาดว่าเงินเฟ้อจะขึ้นไปแตะจุดสูงสุดที่ 3.2% ภายในสิ้นปีนี้ ก่อนจะทยอยกลับสู่กรอบเป้าหมาย 2% ในปี 2027 ขณะนี้ตลาดให้น้ำหนักความเป็นไปได้ของการปรับขึ้นดอกเบี้ยในเดือนกันยายนไว้เล็กน้อยเหนือระดับ 50% มติดังกล่าวมีขึ้นในทิศทางเดียวกับการดำเนินการล่าสุดของ Federal Reserve สะท้อนท่าทีระมัดระวังของธนาคารกลางต่าง ๆ ท่ามกลางความผันผวนของราคาน้ำมันที่ยังคงดำเนินต่อไป
ในช่วงการซื้อขายตลาดสหรัฐฯ วันนี้ ตลาดจะให้ความสนใจกับชุดข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่แน่นขนัด รวมถึงตัวเลข GDP ไตรมาสสอง ดัชนี Core Personal Consumption Expenditures (PCE) Price Index และข้อมูลรายได้กับการใช้จ่ายส่วนบุคคล โดย GDP ใช้วัดอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ ขณะที่ดัชนี Core PCE Price Index เป็นมาตรวัดเงินเฟ้อที่ธนาคารกลางสหรัฐ (Federal Reserve) ให้ความสำคัญ เนื่องจากตัดองค์ประกอบที่ผันผวนออกไป ส่วนข้อมูลรายได้และการใช้จ่ายจะช่วยสะท้อนถึงสถานะทางการเงินของผู้บริโภค ซึ่งยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนหลักของเศรษฐกิจสหรัฐฯ ภาพรวมของข้อมูลชุดนี้จะช่วยให้เห็นสภาพเศรษฐกิจโดยรวมอย่างครบถ้วน และอาจส่งผลโดยตรงต่อการคาดการณ์ทิศทางอัตราดอกเบี้ย
มีแต่ข้อมูลที่แข็งแกร่งเป็นพิเศษเท่านั้นที่น่าจะช่วยหนุนความต้องการถือเงินดอลลาร์สหรัฐกลับมาได้ หลังจากที่ดอลลาร์อ่อนแรงลงบ้างในช่วงที่ผ่านมา สำหรับยูโรและปอนด์แล้ว สถานการณ์ดังกล่าวจะเพิ่มความเสี่ยงต่อการย่อตัวลง เพราะหากข้อมูลสหรัฐฯ ออกมาดีกว่าคาดมาก ดอลลาร์อาจแข็งค่าขึ้นและกดดันคู่เงิน EUR/USD และ GBP/USD ในทางกลับกัน หากข้อมูลออกมาอ่อนแอกว่าคาด ก็มีแนวโน้มจะเพิ่มแรงกดดันต่อค่าเงินดอลลาร์ และเปิดโอกาสให้สกุลเงินยุโรปทั้งสองมีพื้นที่ปรับตัวแข็งค่าขึ้นได้มากขึ้น สุดท้ายแล้ว ปฏิกิริยาของตลาดจะขึ้นอยู่กับว่าข้อมูลที่ออกมาจะเหนือกว่าหรือต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้อย่างมีนัยสำคัญเพียงใด
หากข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ออกมาแข็งแกร่ง ผมจะใช้กลยุทธ์ Momentum เป็นหลัก แต่ถ้าตลาดตอบสนองต่อการประกาศตัวเลขเพียงเล็กน้อยหรือแทบไม่ตอบสนองเลย ผมจะยังคงใช้กลยุทธ์ Mean Reversion ต่อไป